Khao
สุดสลด!! ว่าที่บัณฑิต นอนตัวแข็งทื่อ โลหิตไหล น้ำลายฟูมปาก แทบไม่อยากจะเชื่อ พี่สาวเผยสาเหตุการเสียชีวิต เรื่องใกล้ตัวแท้ๆ!!
October 09, 2017
วันที่ 9 ต.ค. 60 ร.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ นครเลียบ ร้อยเวรอาญา สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุ มีชายวัยรุ่น นอนเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ อยู่ที่ร้านตัดผม น้ำพองบาร์เบอร์ เลขที่ 76/7 ซ.ประชาสันติ
เขตเทศบาลนครอุดรธานี อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และมูลนิธิว่างเมธาธรรม
ในที่เกิดเหตุ เป็นห้องแถวสองชั้น ไม้ปูน2 ชั้น โดยที่ห้องนอนชั้นบน พบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนที่นอน ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอรรถพล กำแหงพล อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่154 หมู่8 ตำบลน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ในสภาพนุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว ไม่สวมเสื้อ และมีโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ไอโพน 5 เอส เสียบชาร์จเอาไว้กับปลั๊กไฟ โดยมือถือตกอยู่บริเวณหน้าขาด้านใน ซึ่งที่ปากมีเลือดและน้ำลายไหลออกมา
จากการสอบถาม นางสุนิดารัตน์ กำแหงพล อายุ37 ปี พี่สาวผู้ตาย เผยว่า น้องชายพึ่งเรียนจบปริญญาตรี สถานบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ1 สาขาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ซึ่งแฟนของตนเปิดร้านตัดผม จึงเอาน้องชาย เอามาอยู่ด้วยกันและสอนให้เขาเป็นช่างตัดผม ในขณะที่เรียนไปด้วย จะได้มีรายได้พิเศษ ซึ่งน้องชาย พึ่งไปบริจาคโลหิต เมื่อเดือนที่แล้ว เป็นครั้งที่12 โดยเมื่อวานน้องชายไปส่งหลาน แล้วกลับมาที่ร้าน ก็เห็นทำงานตัดผมให้กับลูกค้าปกติ จนกระทั่งปิดร้าน ต่างคนก็แยกย้าย
กันเข้านอน ตอนประมาณ 5 ทุ่ม ซึ่งน้องชายเป็นคนชอบเล่นโทรศัพท์มือถือ จนกระทั่งตอนเช้าเพื่อนของน้องชาย ได้มาตามถึงที่ร้าน ให้ไปทำเรื่องขอเรียนจบปริญญาตรี ตนจึงได้ขึ้นไปปลุก ในตอนแรกคิดว่าน้องชายยังไม่ตื่นนอน พอเปิดประตูเข้า เท่านั้นแทบช็อก เห็นน้องชายตัวแข็งไม่หายใจ ที่ปากมีโลหิตและน้ำลายไหลออกมา ได้เสียชีวิต ในตอนนั้นตนคิดว่าน้องชาย อาจถูกไฟดูด เนื่องจากเล่นมือถือ แล้วเสียบชาร์จเอาไว้กับปลั๊กไฟ
ทางด้านแพทย์ ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่องรอยไหม้ตามร่างกายว่าจะถูกไฟดูด ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ หรือถูกทำร้าย แต่อย่างไร เสียชีวิตมาได้ประมาณ 6 ชั่วโมง สาเหตุการตายเกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน มาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือ ว่าเล่นมือถือมากเกินไปไม่พักผ่อน โดยทางญาติไม่ติดใจการตายครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน แล้วมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


Cr:https://www.siamnews.com/view-7844.html
0 comments