หัวอกแม่! น้ำป่าซัดหมู่บ้านตอนดึก แม่กอดลูกวัย 3 ขวบแน่น เพื่อปกป้องลูกของตนเองให้รอดชีวิต สุดท้ายเกิดเหตุสลดไม่น่าเกิดขึ้นเลย!!

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกอย่างหนักบนพื้นที่เชิงเขาเหนือ หมู่บ้าน เซอทะ และ หมู่บ้าน...


เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกอย่างหนักบนพื้นที่เชิงเขาเหนือ




หมู่บ้าน เซอทะ และ หมู่บ้าน เดลอคี ในพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ที่ 3 ต.หนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ส่งผลทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรพร้อมกันในสองหมู่บ้านฉับพลันในเวลากลางคืน ขณะที่ชาวบ้านกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน โดยกระแสน้ำที่ไหลอย่างรุนแรงเข้าถล่มหมู่บ้านลอยหายไปกับน้ำป่าหลายหลัง สร้างความตกใจจนเกิดความโกลาหลทั้งหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านแต่ละคนต่างพยายามว่ายน้ำไปหลบอยู่บนที่สูง ท่ามกลางความมืดและฝนตกหนักในช่วงเวลากลางคืน และมีรายงานว่าชาวบ้าน 2 คน ซึ่งเป็นแม่ลูกในครอบครัวเดียวกันหนีน้ำป่าไม่ทันถูกน้ำป่าพัดพาร่างจมหายไปกับกระแสน้ำป่าโดยไม่ทราบชะตากรรม


ต่อมาช่วงเช้าระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ นายประทีป โพธิ์เที้ยม นายอำเภออุ้มผาง จ.ตาก พร้อ สมาชิกอาสารักษาดินแดนอำเภออุ้มผาง ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 และหน่วยบรรเทาทุกข์อำเภออุ้มผาง และอาสาชาวบ้านนับร้อยคน จัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน แต่การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก





เนื่องพื้นที่เป็นป่าเชิงเขาติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา เบื้องต้นพบมีบ้านเรือนของชาวบ้านถูกน้ำป่าพัดพังเสียหายไปกว่า 40 หลังคาเรือน พืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง และ มีชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 300 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือเบื้องต้นโดยจัดหาที่พักชั่วคราว พร้อมเร่งแจกอาหารและน้ำดื่มสะอาดให้ผู้ประสบภัยทุกคนเป็นการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้น



ขณะเดียวกันทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน ได้เร่งช่วยกันออกค้นหาร่างผู้เคราะห์ร้าย 2 คนที่ถูกน้ำป่าพัดพาร่างจมหายไปกับกระแสน้ำป่า จนพบศพนางพอซอ อายุ 18 ปี และ ด.ช.เวนตูซา อายุ 3 ขวบ สัญชาติเมียนมา 2 เป็นแม่ลูก

ในสภาพที่แม่นอนกอดศพลูกชายวัยสามขวบอยู่ในอ้อมกอดของแม่ไว้แน่น เพื่อปกป้องลูกของตนเองให้รอดชีวิตในช่วงวินาทีที่ทั้งสองถูกน้ำป่าพัดร่าง เสียชีวิตอยู่ใต้ซากปรักหักพังของบ้านเรือนที่ถูกน้ำป่าพัดพังเสียหาย สร้างความสะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านทุกคนที่ไปช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งล่าสุดฝ่ายปกครองอำเภออุ้มผาง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ ยังคงกำลังออกเร่งบูรณะซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนทุกหลังคาเรือนที่ได้รับความเสียหาย พร้อมจัดกำลังเฝ้าติดตามดูสถานการณ์ฟ้าฝนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภายในพื้นที่ตามแนวชายแดนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง


Cr:https://www.siamnews.com/view-6998.html



You Might Also Like

0 comments